9 มกราคม 2569 พรรคโอกาสใหม่ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ใจกลางกรุง ณ ลานคนเมือง ขนทัพแคนดิเดตนายกฯ และ 33 ผู้สมัคร ส.ส.กทม. โชว์วิสัยทัศน์แก้ปัญหาระดับโครงสร้าง นำโดย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 พร้อมด้วยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกสองท่านคือ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ และ นายประภัสร์ จงสงวน เพื่อประกาศจุดยืน “เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส” และยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองหลวงอย่างยั่งยืน
พรรคโอกาสใหม่ ได้นำเสนอโมเดลการพัฒนาพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ครอบคลุมทุกมิติ โดยชูแคมเปญ “มีเราไม่มีมืด” ส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เดินหน้าต่อไปได้ ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียว หรือสวนสาธารณะขนาดเล็กกระจายตัวอยู่ทุกชุมชน เพื่อให้ชาวกรุงเทพฯ ได้สูดอากาศบริสุทธิ์และมีพื้นที่พักผ่อนที่เข้าถึงง่าย
“เราพูดไม่เก่ง แต่เราเน้นทำงานจริง นโยบายของพรรคโอกาสใหม่ไม่ใช่การขายฝัน แต่คือการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจที่ต้องทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรม” นายจตุพร กล่าว
พร้อมขับเคลื่อนประเทศผ่าน 4 เสาหลัก เริ่มจากการสร้างระบบรัฐสวัสดิการที่ต้องเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรม ควบคู่ไปกับการปฏิรูปเศรษฐกิจใหม่ด้วยนโยบายหมัดเด็ดอย่างการแช่แข็งหนี้เป็นเวลา 3 ปี เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้พักฟื้นทางการเงิน ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภัยพิบัติที่ต้องมีระบบเตือนภัยแม่นยำชัดเจน มีแผนการอพยพประชาชนสู่อย่างมีประสิทธิภาพ และกระบวนการฟื้นฟูหลังเกิดเหตุ ท้ายที่สุดคือการยกระดับสวัสดิการสังคมให้ครอบคลุมความต้องการของคนทุกกลุ่ม
ช่วงท้ายของการปราศรัย นายจตุพร ได้ย้ำจุดยืนความเป็นคนทำงานผ่านสโลแกน “เราไม่มีถ้า มีแต่ทำ” พรรคโอกาสใหม่ จึงขอคะแนนเสียงจากพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ให้เลือกเบอร์ 44 ทั้งคนและพรรค เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศไทย