เคนดัลล์ เจนเนอร์ เบน ซิมมอนส์

คุณแม่เผย หมาของ เคนดัลล์ เจนเนอร์ งับลูกสาว ในร้านอาหาร!

Home / Hollywood / คุณแม่เผย หมาของ เคนดัลล์ เจนเนอร์ งับลูกสาว ในร้านอาหาร!

  เหมือนงานจะเข้าอีกแล้วสำหรับนางแบบสาวชื่อดัง เคนดัลล์ เจนเนอร์ (Kendall Jenner) ที่เจ้าตูบสุดที่รักของเธอดันไปทำเด็กเล็กเจ็บตัวระหว่างที่เธอไปเดตกับแฟนหนุ่ม เบน ซิมมอนส์ (Ben Simmons) ที่ร้านอาหาร

  เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตำรวจลอสแองเจลิสได้รับแจ้งจากคุณแม่ท่านหนึ่งว่า สุนัขพันธุ์ดอเบอร์แมนพินส์เชอร์ของเคนดัลล์ได้งับลูกสาวของเธอในร้านอาหาร Beverly Glen Deli บริเวณชานด้านนอกระหว่างที่แม่ลูกกำลังนั่งทานอาหารกันอยู่ แต่โชคดีที่เขี้ยวของหมาไม่ได้ฝังเข้าเนื้อเด็ก ทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก เพียงแค่ใช้น้ำแข็งประคบเพื่อปฐมพยาบาล

 

  ทั้งนี้คุณแม่ยังให้ข้อมูลอีกว่าเธอได้กลับไปเพื่อพบกับเคนดัลล์และแฟนหนุ่ม แต่ทั้งคู่กลับหายไปและไม่ทิ้งข้อมูลติดต่อใดๆ ทั้งสิ้นเอาไว้เลย ทำให้เธอได้โทรไปแจ้งกับทางตำรวจข้อหาการควบคุมสัตว์เลี้ยงในที่สาธารณะ

  ต่อมาคนใกล้ตัวเคนดัลล์ก็ได้ออกมาเผยถึงเหตุการณ์กับเว็บไซต์ TMZ ว่าสุนัขของนางแบบสาวไม่ได้เข้าไปใกล้และกัดเด็กเลย ทั้งยังบอกอีกว่าทีมงานยังไม่ให้เคนดัลล์ออกจากร้านอาหารจนกว่าจะแน่ใจว่าสุนัขของเธอไม่ได้กัดเด็กหรือได้รับบาดเจ็บใดๆ

  และเมื่อข่าวนี้ออกไปทำให้มีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งออกมาเขียนข้อความด่าทอนางแบบสาวที่เพิกเฉยต่อเหตุการณ์นี้ว่า เธอเป็นคนใจดำ ไม่มีความเมตตาและไม่ควรเป็นแบบอย่างของใครหลายคน ทำให้เคนดัลล์ถึงกับออกมาเขียนข้อความตอบกลับไปว่า  “ฉันเสียใจที่ทำให้คุณรู้สึกแบบนั้น หวังว่าเราจะได้เจอกันสักวันหนึ่งที่ฉันจะได้แสดงความเป็นตัวฉันจริงๆ ออกมา บางทีฉันจะได้บอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วย พระเจ้าคุ้มครอง

  ยังไม่พอแค่นั้นด้านคิม คาร์เดเชียน พี่สาวของเคนดัลล์ ก็ออกมาเขียนข้อความปกป้องน้องสาวของตัวเองด้วยเช่นกัน “คุณรู้จักเคนดัลล์เหรอ เธอเป็นตรงข้ามอย่างที่คุณพูดเลย เพราะเธอทั้งใจดี และเห็นอกเห็นใจคนอื่นฉันรู้ดี ความใจเย็นของเธอเริ่มวิตกกังวลเพราะความหยาบคายของคุณ คนที่เลวทราม แล้งน้ำใจ มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น และไม่มีความเมตตาเท่านั้นแหละ ที่จะทวีตอะไรแบบนี้ออกมาได้

  ตอนนี้ผู้ใช้ทวิตเตอร์คนได้กล่าวได้ลบข้อความด่าทอเคนดัลล์และปิดบัญชีของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว

 

เคนดัลล์ เจนเนอร์
เคนดัลล์ เจนเนอร์

 

 ขอบคุณข้อมูลและรููปภาพจากเว็บไซต์ mirror.co.uk, tmz.com, gettyimages.com