น้ำตาผู้ให้ “หนุ่ม กรรชัย” ร้องไห้เสียฟอร์ม ผ่านบททดสอบชีวิตกว่าจะมาเป็นผู้ประกาศข่าว

เสียฟอร์มกันเลยทีเดียว สำหรับผู้ประกาศข่าว-พิธีกรสุดฮอต “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” จากรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” และรายการ “โหนกระแส” ทางช่อง 3 ถึงกับหลั่งน้ำตากลางรายการ “3 แซ่บ” หลังจากได้เจอกับ “น้องข้าวปั้น” เด็กน้อยที่ตัวเองได้ช่วยเหลือไว้ จากเหตุการณ์ประสบอุบัติเหตุจนถึงขั้นตับแตก มีโอกาสรอดชีวิตเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ก่อนที่ “หนุ่ม กรรชัย” จะเข้าช่วยเหลือติดต่อประสานนำตัวจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี เข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาฯ จนตอนนี้อาการดีขึ้นและเกือบจะหายเป็นปกติแล้ว

ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไปจากเดิม ?
“เปลี่ยนไปเยอะมาก เมื่อก่อนอยากทำอะไรก็ทำ แต่พอมีลูกมันต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ยิ่งมาทำเรื่องของข่าวด้วย มันไม่สามารถเกกมะเหรกเกเรเหมือนเมื่อก่อนได้ เพราะเป็นเรื่องการชี้นำสังคมด้วย”

ตอนนี้ไทม์ไลน์เปลี่ยน ตื่นตั้งแต่ตี 5 ?
“เราไม่ได้มีพื้นฐานด้านนี้มาก่อนเลย ฉะนั้นพอวันนึงได้มาทำ เราก็ถูกคำสบประมาทเยอะ เราก็เลยรู้สึกว่าต้องทำการบ้านมากขึ้น ตื่นตั้งแต่ 05.30 น. ออกจากบ้านแล้วไปนัง่ประชุม ดูข้อมูลข่าวจะเล่นเรื่องอะไร โทรหาแขกรับเชิญเอง เราอยากรู้จากต้นตอมากกว่าสติงเกอร์ข่าวที่ส่งมาให้เรา เลยต้องตั้งใจทำการบ้าน”

เคยถูกขู่ฆ่ามั้ย?
“ไม่เคย แต่มีขู่ว่าอย่าทำเรื่องนี้นะ ถ้าทำจะมีปัญหาโน่นนี่นั่น”

ตั้งแต่มาทำ มีความคิดละเอียดมากขึ้น ?
“ไม่หรอก เมื่อก่อนก็เป็นแบบนี้ เพียงแต่ว่าเวลาเราอยู่หน้าจอ คนรู้สึกว่าเราไม่ใช่แบบนั้น”

จากคนปรามาสแล้ววันนี้เขาชมและยอมรับ รู้สึกยังไง ?
“ดีใจนะ ตอนเราเข้ามาใหม่ๆ คนบอกว่าเราไม่ใช่สื่อตัวจริง แต่เราคิดในใจว่าวันหนึ่งจะทำให้เห็นว่าทำได้ และเชื่อทุกๆ คนที่ดูอยู่ก็ทำได้ เพียงแต่คนเราไม่ได้มีแค่คำว่าโชคดี มันต้องมีโอกาส เมื่อไหร่คุณมีโอกาสแล้วคว้าเอาไว้ แล้วใช้อย่างคุ้มค่านั่นคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด พี่เลยเอาโอกาสนั้นมาก่อร่างสร้างตัวทำให้เป็นชิ้นเป็นอันมากขึ้น พิสูจน์ตัวเอง”

การได้เจอเคสแต่ละวัน เป็นแรงบันดาลใจยังไง ?
“พอเรามาทำข่าว แน่นอนข่าวมันเห็นเยอะมากๆ เห็นคนที่จนที่สุด เห็นคนเอาก้อนหินมาผัดกับน้ำปลา ดูดกินกับข้าว เขาไม่มีตังค์ คนไม่มีคือไม่จริงๆ เคยสัมภาษณ์ คนติด 1 ใน 10 มหาเศรษฐีก็เคยสัมภาษณ์มาแล้ว คือมันทำให้รู้สึกว่าได้เห็นอะไรเยอะ ถ้าวันหนึ่งเราจะมีโอกาสได้ช่วยเหลือคนที่เขาไม่มี ก็อยากจะช่วย”

เวลามีเคสข่าวต่างๆ เด็กถูกทำร้าย พี่หนุ่มจะของขึ้น ?
“เป็นสโลแกนตอนนี้ที่ใช้อยู่ ผมนี่ขึ้นเลย (ยิ้ม) จริงๆ ไม่ใช่หรอก เป็นคนชอบเด็กตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว รักเด็ก บางทีเด็กเขาบอบบาง เขาต้องการโอกาสพัฒนาและโตขึ้นมา”

กรณีลูกน้องลัลลาเบลก็ช่วย ?
“เรียกว่าช่วยเหลือเปล่า ก็ให้ค่าเทอมเขา พอดีคุณแม่มาออกรายการ แล้วถามนอกรอบว่าน้องต้องเรียนหนังสือแล้วเป็นยังไง คุณแม่ไม่อยู่แล้ว ทำยังไง ค่าเทอมเท่าไหร่ เขาบอกปีละ 6 หมื่น พี่มองว่าไม่ได้เกินกำลัง ก็ช่วยค่าเทอมให้เขา 6 หมื่น พอปีที่ 2 ก็ได้เจออีก พี่ก็ให้เขาไปอีก ถ้ามีปัญหาเรื่องการเรียนของลูกลัลลาเบลให้นึกถึงพี่เป็นคนแรก ไม่ต้องเกรงใจพี่ อะไรแบบนี้ คือไม่ได้เป็นคนจะมาช่วยทันทีทันใดนะ พี่มีเหตุผลของพี่ พี่ทำข่าวโหนกระแส เอาเรื่องของเขามาออกรายการ ทุกคนเล่นข่าวของเขาหมด เพื่อแลกกับอะไร หนึ่งเรตติ้งที่เราจะได้ ถ้าวันหนึ่งเราจะคืนในสิ่งที่ให้เขาได้ที่เกี่ยวกับลูก มันผิดเหรอ พี่คิดว่าพี่ได้มาแล้ว ก็ต้องคืนกลับให้เขาด้วย เป็นสิ่งที่ถูกสอนมาตั้งแต่เด็กๆ เลย จนวันนี้ก็สอนลูกเหมือนกันว่าคนเราจะได้อย่างเดียวไม่ได้ ต้องคืนให้เขาด้วย ลัลลาเบลก็เหมือนกัน”

พี่หนุ่มช่วยน้องข้าวปั้น ที่น้องตับแตก ช่วยแล้วตัวเองก็รู้สึกดี ?
“เคสนี้ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่ไปเห็นเขาแชร์ต้องการเลือดไปบริจาค เราก็โทรไปถามว่ายังไง วันดีคืนดี บอกว่าพี่ช่วยลูกหนูด้วย ลูกไม่น่าไหวแล้ว น้องตับเลือดออกจำเป็นต้องผ่าตัด แล้วเครื่องไม้เครื่องมือไม่พร้อม พี่เลยติดต่อไปรพ.ที่น้องอยู่ เขาบอกอัตราการเสียชีวิตสูงมาก สุดท้ายติดต่อรพ.จุฬาฯ รู้จักคุณหมอเด็กที่นั่น ก็มีการย้ายน้อง แล้วสุดท้ายน้องรอด คุณแม่เขาก็ขอบคุณมา ก็เป็นความภูมิใจอย่างหนึ่ง”

ได้อัปเดตอาการน้องมั้ย ?
“เมื่อเร็วๆ นี้ก็ถามไป เขาบอกว่าดีแล้วเขาก็ถ่ายรูปมาให้ดู”

เขาอยากเจอและขอบคุณพี่ วันนี้คุณจันจิราและน้องข้าวปั้นมาพบพี่ แม่เป็นไง เจอคนที่ช่วยชีวิตลูก?
จันจิรา : “อยากขอบคุณพี่หนุ่มมากๆ ค่ะ ที่ช่วยชีวิตลูกหนู ถ้าไม่ได้รพ.ที่ดี และหมอที่ดีที่พี่หนุ่มหามาให้ ลูกหนูคงไม่รอด (ร้องไห้)”

วันที่เขาเลือดออกในตับ ทำไมตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากพี่หนุ่ม ?
จันจิรา : “พี่หนุ่มเขาช่วยเหลือตั้งแต่ก่อนที่ลูกหนูจะวิกฤตหนักแล้วค่ะ ถ้ามีอะไรแย่ให้ติดต่อได้เลย ให้เบอร์ส่วนตัว ติดต่อมาเองโดยตรง หาหมอและรพ.ที่ดีให้”
หนุ่ม : “(ซับน้ำตา)”

พอวันนั้นพี่หนุ่มบอกจะประสานให้ รู้สึกยังไง ?
จันจิรา : “ตอนนั้นน้องวิกฤตมากค่ะ ต้องย้ายรพ.วันนั้น”
หนุ่ม : “เขาบอกพี่ช่วยลูกหนูด้วย ลูกหนูไม่รอดแล้ว ซึ่งเราก็เป็นพ่อ เรารู้สึกว่า…(พูดไม่ออก)”

วันนี้เขากลับมาร่าเริง รู้สึกยังไง ?
หนุ่ม : “ดีใจ เพราะอันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เราได้มีโอกาสมาทำข่าว และเราใช้ในทางที่ถูกที่ควร เราช่วยชีวิตคนได้จริงๆ เราดีใจที่ไม่ได้มองผ่าน เราพิสูจน์ว่าสื่อไม่ใช่สื่อกลาง แต่เป็นคนกลางประสานให้คนๆ นึงที่ต้องการให้ลูกรอดชีวิต และเราทำได้ เราใช้โอกาสที่ถูก”

ตอนนี้อาการเป็นยังไง ?
จันจิรา : “ดีขึ้นค่ะ เหลือแค่ระบบย่อยอย่างเดียว”

ลูกโตขึ้นจะเล่าเรื่องนี้ให้ลูกฟัง ?
จันจิรา : “เล่าแน่นอนค่ะ”

เปิดทีวีมาเจอพี่หนุ่ม จะบอกลูกยังไง ?
จันจิรา : “จะบอกว่านี่คือคนช่วยชีวิตหนู ถ้าไม่มีพี่เขา หนูก็ไม่ได้อยู่จนทุกวันนี้”

พ่อน้องก็อยากขอบคุณพี่หนุ่มเหมือนกัน ?
พ่อ : “ขอบคุณพี่หนุ่มมากครับ ถ้าไม่มีพี่หนุ่มในวันนั้นก็ไม่มีน้อง ตอนนั้นหัวใจหล่นไปหมดแล้ว หมอบอกน้องเหลือ 20 เปอร์เซ็นต์ น้องห้ามขยับตัว 20 วัน ต้องโดนรัดตัวตลอดเวลา แล้วห้ามกินอะไรด้วย ต้องขอขอบคุณมากจริงๆ ครับ”

เชื่อมั้ย ในโลกใบนี้ไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่เขามาช่วยเรา ?
จันจิรา : “ไม่คิดเลยค่ะ ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสตรงนี้ ไม่คิดว่าพี่เขาจะยื่นมือมาช่วย และช่วยจนสุดตัวเลยค่ะ เดือดร้อนอะไรช่วยเต็มที่เลยค่ะ เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว พี่หนุ่มยังถามหมอน้องอยู่เลยค่ะ พอดีรถมอเตอร์ไซค์ล้มทับท้องน้องพอดี เส้นเลือดในตับมันขาดค่ะ ตัวซีด เท้าซีด น้องช็อกไปแล้ว”

อะไรทำให้พี่หยุดแล้วเป็นกรรชัยได้ทุกวันนี้ ?
“ไม่มีอะไรหยุดพี่ได้ ความเจ้าชู้เอาตรงๆ ไม่ได้บอกว่ามีลูกแล้วจะหยุดนะ ไม่มีลูกก็หยุดเยอะแยะไป แต่เราหยุดของเราเอง มันโตแล้ว ผมว่าสุดท้ายแล้วโจรถ้าจะเลิกเป็นโจรจะคิดได้ของมันเอง”

อะไรทำให้คิดได้ว่าพอเหอะ ?
“ใจพี่ไง ใจพี่มันเหี้ยมมาก แก่แล้วก็หาไม่ได้ไง (หัวเราะ) ไม่หรอก ส่วนหนึ่งมีลูกสาวนั่นแหละ มีลูกสาวก็คิดเยอะ คิดไปไกล”

เวรกรรมงี้เหรอ ?
“ชมพูดถูกเลย”

คิดว่าเปลี่ยนก่อนมีลูกซะอีก ?
“แหม น้องแอฟ เล่นดอกนี้ไปไม่ถูกเลย พี่เปลี่ยนก่อนหน้านั้นแล้ว (หัวเราะ) ไม่หรอก มันถึงจุดอิ่มตัว อีกอย่างก็ผ่านอะไรมาเยอะ ก็หยุดดีกว่า อีกอย่างกลัวลูกเจอผู้ชายอย่างเราด้วย”

น้องมายูน่ารักขึ้นทุกวัน ?
“เกเรมากนะ แต่ทำไงได้ เป็นลูกเรา”

เขาฉลาดมีการรับส่งมุก ?
“เป็นการสร้างภาพ (หัวเราะถูกใจ)”

แบ่งกันยังไงกับเมีย ว่าเล่นบทบาทไหน ?
“ด้วยงานเราเป็นการแบ่งกันอยู่แล้ว ตื่นเช้ามาพี่ไปทำงาน มายูไปเรียนหนังสือ แม่เขาไปส่ง ทำงานเสร็จ มายูก็นอนแล้ว เราไม่ได้มีเวลาอยู่ร่วมกันมากมาย เมื่อก่อนเจอแค่วันอาทิตย์ แต่เดี๋ยวนี้เสาร์อาทิตย์ก็เจอกัน”

ฟิลลิ่งผู้ชายที่มีลูกสาว ?
“ก็ห่วงว่าจะไปเจอคนเจ้าชู้ แต่เราไม่สามารถกำหนดกฎเกณฑ์อะไรได้มากมาย ได้มากสุดแค่เตือนแค่บอก”

อยากมีลูกอีกคนมั้ย ?
“กำลังดูเมียอยู่ (หัวเราะ) ยัง คนเดียวนี่แหละ แก่แล้ว ตอนนี้มายู 6 ขวบ พี่ 51 แล้ว”

ผมดกเยอะเป็นเกาหลี ?
“ไม่เคยไปปลูก ไม่เคยต่อผม ฉีดหรืออะไร แล้วมาขายแชมพู ไม่เคย”

ที่ขึ้นตามป้ายทั่วบ้านทั่วเมือง เกิดจากยังไง ?
“ไลโอใช่มั้ย คือพอมาทำข่าว พรีเซ็นเตอร์ติดต่อมาเยอะมาก แต่เราไม่สามารถรับได้ ถามว่าเพราะอะไร เพราะถ้าเราไม่เคยใช้ ถ้ามันไม่ใช่แบบที่เราพูดคนก็กลับมาด่าเรา จนสุดท้ายบังเอิญว่าไลโอ แชมพูตัวนี้เป็นหนึ่งในงานพรีเซ็นเตอร์ที่ติดต่อเข้ามา มันเป็นตัวที่เราเคยใช้นี่หว่า ไลโออยู่มา 18 ปีแล้วนะ แต่ขายอยู่ในร้านขายยา วันนึงมันหายไป วันหนึ่งเขาจะเอามารีแบนด์ ก็เลยบอกให้เอามาใช้หน่อย พี่เซ็ตผมตลอดเวลา ผมข้างบนจะร่วงจะบาง เลยไม่มั่นใจ ก็เอาไลโอมาใช้ มันตอบโจทย์พี่ เลยขอลงทุนทำด้วยเลย ก่อนหน้านี้มี 2 ตัว มีแชมพูสระผม แล้วก็ครีมนวด หลังจากนั้นก็พูดคุยกันว่าเราควรทำเพิ่มสักตัวนึงมั้ย คือแฮร์โทนิค แหวกๆ แล้วพ่นๆ นวดๆ ในนี้จะมีส่วนผสมธรรมชาติจริงๆ มีอะนาแกน ซึ่งเป็นต้นอ่อนของถั่วลันเตา หนังศีรษะเราจำเป็นต้องมีตัวบำรุงตัวนี้ มีมัมเมอรี่ ว่านหางจระเข้ โสม วิตามินบี วิตามินอี ชา อัญชัญ เหตุผลที่ผมหลุดร่วงคือหนังศีรษะมันมัน เจอเจล แว็กซ์ อะไรที่ทำให้ผมหลุดร่วง พอเจอตัวชะล้างออกไปทำให้สะอาดได้ ก็ทำให้ลดการหลุดร่วงของเส้นผม แอดไลน์ไลโอไทยแลนด์ หรือโทรได้ หรือเข้ากูเกิลพิมพ์ไลโอ หรือติดต่อตัวแทนได้ เซ็ตนี้อยู่ประมาณพันกว่าบาท ได้สามอย่าง สามขั้นตอนจบเลย ผู้หญิงก็ใช้ได้”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Copyright © 2016 MThai.com All rights reserved. หมายเลขทะเบียนการค้าอิเล็กทรอนิกส์ : 0127114707040