ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น เจนนี่-รัชนก เจนนี่-ลิลลี่

เจนนี่-ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น อัปเดตทุกประเด็น บทเรียนใหญ่สุดในชีวิต!

Home / Hot Gossip, ข่าวบันเทิง / เจนนี่-ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น อัปเดตทุกประเด็น บทเรียนใหญ่สุดในชีวิต!

หลังจากมีประเด็นดราม่าถูกโจมตีอย่างหนักหลายเรื่องในโซเชียล ทำให้พี่น้องนักร้องสาวใต้ เจนนี่ – ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น เงียบหายไปพักใหญ่ ล่าสุดทั้งคู่ออกมาเปิดเผยทุกประเด็น ทั้งเรื่องเงินส่วนแบ่ง 70-30 เรื่องหนี้สินคุณแม่ที่มีเจ้าหนี้ออกมาแฉตามทวงเรื่อยๆ ไหนจะดราม่าเรื่องสร้างบ้านให้คุณพ่อ ไหนจะเรื่องเด็กในค่ายที่ทยอยลาออกไปตามๆ กัน และเด็กที่ยังอยู่กับเงินค่าขนม 500 บาท

เจนนี่ – ลิลลี่ เปิดใจทุกประเด็นในรายการ คุยแซ่บSHOW ทางช่องวัน 31 เผยเรื่องส่วนแบ่งกับ น้องเก้า คู่กรณี ตอนนี้รอหมายศาลและเตรียมเอกสารในการต่อสู้ไว้แล้ว เลือกจ่ายเงินดีกว่าลบ MV เพราะเสียดายยอดวิว 350 ล้านวิว ขอทำทุกอย่างเพื่อให้เพลงยังคงอยู่ต่อไป ฝากบอก น้องเก้า ตนยังเหมือนเดิมพร้อมเคลียร์เสมอ อยากให้จบที่แบ่งเงินคนละ 1 ล้านบาท คือ เก้า-เจนนี่-ลิลลี่ ส่วนที่เหลือให้ทีมงาน โดยรายได้จากเพลงได้ประมาณ 4 ล้านบาท ส่วนเรื่องหนี้สินของคุณแม่ทยอยจัดการเคลียร์แล้ว

ตอนนี้สภาพจิตใจดีขึ้นเรื่อยๆ ยอมรับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นหนักที่สุดในชีวิต ไม่เคยร้องไห้หนักมากและนานติดกันเป็นอาทิตย์ขนาดนี้ ถือว่าตัวเองได้รับบทเรียนเต็มที่และสำนึกทุกอย่างแล้ว อยากขอบคุณทุกกำลังใจจากแฟนๆ หลังจากนี้พร้อมมูฟออนเพื่อลุยงานต่อไป

หลังจากเจอข่าวหนักสภาพจิตใจตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
เจนนี่ : ตอนนี้ดีขึ้นมากๆ แล้วค่ะ พร้อมที่จะลุยทุกงานต่อแล้วค่ะ ดีขึ้นเพราะคนในครอบครัวมาที่หนึ่ง รวมถึงกำลังใจจากแฟนคลับที่มีให้กันตลอดตั้งแต่เริ่มเป็นข่าวจนถึงตอนนี้ มันทำให้เรามีแรงที่จะสู้ต่อ พร้อมจะมูฟออนทำงานต่อไปค่ะ
ลิลลี่ : หนูดีขึ้นแล้วค่ะ อะไรก็ได้ให้พี่เจนกับแม่มีความสุข

ช่วงที่เป็นข่าวเรื่อง 70-30 คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?
เจนนี่ : ที่หนูได้ดูสัมภาษณ์ล่าสุดทางน้องฟ้องหลังจากนั้นก็ไม่ได้ข่าวอะไรอีกเลย ที่บ้านก็รอหมายศาลและเตรียมเอกสารการสู้ หนูไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับกฎหมายเลย หนูเพิ่งได้ทำงานเกี่ยวกับกฎหมายกับทนายเพราะเรื่องนี้ ตอนเกิดเรื่องแรกๆ ก็มีการทักเฟซบุ๊กหาน้อง ครอบครัวน้องเกือบทุกคนค่ะ แต่ก็ไม่ได้มีการตอบกลับมาจนเป็นข่าวใหญ่ ช่วงหลังก็มีผู้ใหญ่ไปคุยเรื่องตัวเลขของน้องแต่ก็ไม่สำเร็จ หลังจากนั้นเคลียร์ไม่ลงก็มาทราบว่าน้องฟ้อง ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ก็ต้องเอาหลักฐานสู้ ถ้าเราแพ้เราก็พร้อมจะจ่าย เราพร้อมตั้งแต่ที่เป็นข่าวแล้ว เรามาคิดดูว่ามันก็โอเค 30 ไม่ได้ทำให้เราเสียหายมาก เราควรจะให้น้องไปมันเป็นน้ำใจด้วย แต่ที่น้องมาแถลงมันมากกว่านั้นคือ 3 ล้าน เราเลยมองว่าไม่สมเหตุสมผล รายได้จากเพลงได้ประมาณ 4 ล้านนิดๆ ถ้าอย่างนั้นคนอื่นล่ะ ลิลลี่ล่ะ หนูล่ะ แต่เราก็ยังไม่รู้ว่า 3 ล้านที่เขาพูดวันแถลงเพื่อต้องการไกล่เกลี่ยหรืออะไร รอดูในเรื่องของกฎหมายคะ

ลบเอ็มวีหรือจ่าย 30 เปอร์เซ็นต์?
เจนนี่ : จ่ายเงินดีกว่าค่ะ เพราะว่าชีวิตนี้ไม่รู้ว่าจะทำเพลงได้ 350 ล้านวิวอีกไหม มันยากมากค่ะ ทำทุกอย่างให้เพลงได้อยู่เพื่อเป็นหลักฐานจารึกไว้ว่าครั้งหนึ่งเจนนี่-ลิลลี่ มีเพลง 350 ล้านวิวนะ

มีอะไรอยากบอกคู่กรณีมั้ยตอนนี้?
เจนนี่ : แค่อยากบอกเก้า เพราะว่าวันแรกที่เราร่วมงานกันเราก็คุยกันสองคน พี่เหมือนเดิมเสมอพร้อมเคลียร์เสมอ พร้อมร่วมงาน เพราะยังไงเราก็ศิลปินใต้ด้วยกัน เราเป็นมิตรกันยิ้มให้กันดีกว่า เผื่อวันนึงมีอะไรช่วยเหลือกันได้ ได้ช่วยเหลือกัน

อยากให้จบแบบไหน?
เจนนี่ : จบแบบตอนนั้นผู้ใหญ่โทรไปเคลียร์เป็นตัวเลขก็ 1 ล้าน เพราะว่าน่าจะสมเหตุสมผลแล้ว น้องเก้าล้านนึง หนูล้านนึง ลิลลี่ล้านนึง ที่เหลือทีมงาน หนูไม่ทราบว่าน้องยังไงเพราะคุยกับผู้ใหญ่ฝั่งน้องซึ่งเราไม่ทราบว่าเขาเป็นใคร แต่ว่าการเคลียร์มันไม่ลงตัว เดี๋ยวเขาจะดำเนินการฟ้องแล้ว หนูก็เคยคิดจะไปคุยกับน้องตรงๆ เลยทักแชทเฟซบุ๊กไป แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ

โกรธเค้าไหม?
เจนนี่ : ตอนเป็นข่าวแรกๆ ก็โกรธค่ะ แต่เรามาคิดว่ามันไม่ใช่เวลาโกรธ มันคือเวลาแก้ไข เพราะเรื่องมันมาไกลมากๆ มันเป็นทุกเรื่องในชีวิตหนูที่เคยเกิดขึ้นมาพร้อมกันหมดเลย
ลิลลี่ : ตอนแรกหนูตกใจ ไม่รู้ว่ามาได้ยังไง กลับมาบ้านก็เจอแม่กับพี่เจนนั่งคุยกันร้องไห้กันใหญ่เพราะว่ามันหนักมาก หนูพยายามอยู่ใกล้พี่เจนตลอดให้กำลังใจพี่ เพราะว่าเจอหนักมาก

เรื่องหนี้สินคุณแม่ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
เจนนี่ : หลังจากที่เป็นข่าวกับป้าแมวเคลียร์กันเสร็จแล้ว แต่วิธีของหนูอาจจะไม่น่ารักตรงที่ว่าถ้าแม่เป็นหนี้ 3 แสนหนูจะบอกว่าหนูจ่ายเอง 2 แสนจบได้ไหม เงินต้นอาจจะแสนห้า มันไม่ได้ต่ำกว่าต้นทุนที่เหลือคือดอก คือมันจะไม่ค่อยเต็มจำนวน อย่างที่รู้ว่ามันไม่ค่อยจะถูกกฎหมายสักเท่าไหร่ แต่ทุกคนก็โอเค ณ เวลานั้น แต่พอมีคลิปป้าแมวออกมา กลายเป็นว่าเจ้าหนี้เก่าก็เริ่มกลับมาจะเอาส่วนที่เหลือกันใหญ่เลย หนูก็เลยจ่ายเต็มจำนวนทุกคนเลย มีเจ้าใหม่มาด้วย เขาบอกว่าที่เขาไม่มาเพราะเขาสงสารหนู เขาดูข่าว หนี้สินของแม่ แต่ตอนนี้เหมือนสามีของเขาป่วย เขาเลยอยากขอได้ไหม มีบางคนก็หลงลืมเพราะว่าเราอยู่มาหลายจังหวัดก็เป็นหนี้กันมาตลอด มีเข้ามาตั้งแต่เริ่มดังใหม่ๆ เราก็ต้องวางแผนการเงินกัน ที่เคลียร์ไปแล้วก็หลักล้านจนน่าจะหมดแล้ว เพราะตอนที่เป็นข่าวหนูโพสต์เลยว่าให้มาไม่มีหลักฐานไม่เป็นไรขอให้แม่กับหนูจำได้ เราจะบอกเจ้าหนี้ว่าต้นไม่ขาดทุนแน่นอน แต่ดอกขอเท่านี้นะ

คลิปติ๊กตอกพูดถึงเจ้าหนี้?
เจนนี่ : อันนี้หนูขอโทษทุกคน หนูไปเจอสเตตัสเฟซบุ๊ก พูดตามคำคมเล่นๆ สุดท้ายเรามีข่าวหนี้สินคนเอาคลิปนี้มารีใหม่ มันเป็นคลิปเก่ามากๆ มันทำให้หนูรู้ว่าเราควรเซฟตัวเองทุกเรื่อง เพราะอนาคตมันกลับมาหาเราได้หมดเลย

น้อยใจมั้ยเวลาเกิดเรื่องมีแต่คนมาทับถม?
เจนนี่ : ที่ผ่านมาคือที่สุดในชีวิตแล้ว ไม่เคยร้องไห้นานขนาดนั้น ออกมาไลฟ์สดโน่นนี่ แล้วมีผู้ใหญ่มาเตือนบอกว่าให้เราหยุด ให้เชื่อเขา เขาอยู่ในวงการมาก่อน หนูก็ทำมาตลอด สุดท้ายหนูก็รู้สึกว่ามันดีขึ้นจริงๆ ด้วย เสียใจมากๆ แต่พอหันไปดูคนรอบตัวสิ่งของรอบตัวที่เราสร้างมามันก็คุ้มดีนะคะ ถึงแม้มันจะแลกด้วยน้ำตาหน่อย

เรื่องเจนนี่กับน้องเก้าพลาดที่อะไร?
เจนนี่ : ด้วยสัญญามั้งคะ เพราะว่าเราสัญญาใจ ไม่มีการเซ็นเอกสารใดๆ บวกกับที่เรารู้จักน้องด้วย ไม่คิดว่าเรื่องมันจะใหญ่ขนาดนี้

พี่มดดำเคยแนะนำให้จ่ายไปเลย 1 ล้านก่อนจะเป็นเรื่อง?
เจนนี่ : หนูก็ทำแบบนั้น เพียงแต่ว่าไม่เคยบอกใคร คนเลยคิดว่าทำไมนิ่งเงียบ แต่เรามีการเดินหลังบ้านตลอด พูดไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นแล้ว พูดไปมันก็ผิดไปหมดแล้ว

เห็นพี่ร้องไห้หนักขนาดไหน?
ลิลลี่ : หนักมาก คือหนูอยู่ข้างๆตลอด หนูลองคิดเอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้น หนูคงไม่ไหว การร้องไห้มันหนักอยู่แล้ว แต่นี่แบบปล่อยโฮออกมามันแย่มากๆ ค่ะ ติดกันเป็นอาทิตย์ หนูพยายามเข้มแข็ง พยายามไม่ร้อง เราจะไม่ร้องให้เห็น

ดราม่าประเด็นคุณพ่อ?
เจนนี่ : ตอนนั้นที่เรื่องมันเกิดหนูรู้ดีว่าหนูก็ไม่ผิด พ่อก็ไม่ผิด หนูอึดอัดมาตลอด หนูไปคุยกับนักดนตรีในวงเขาบอกคุยกับพ่อตลอด แล้วบอกทำไมพ่อกับหนูไม่คุยกัน ก็โทรหากันคุย 3 ชั่วโมงกว่า ร้องไห้ หนูเข้าใจพ่อเลยว่าอึดอัดกันทั้งคู่กับข่าวที่เกิดขึ้น หนูเลยบอกพ่อว่าเรามาเริ่มกันใหม่ พ่อบอกว่าพ่อก็ต้องการแบบนี้ ตอนเป็นข่าวหนูโอนตังค์ให้พ่อก้อนนึง หนูมารู้ว่าพ่อนำเงินก้อนนั้นไปเริ่มสร้างบ้าน เราเลยคิดว่ามันน้อยไปก้อนนี้สำหรับเริ่มสร้างบ้าน ก็คุยกับแม่แต่ยอมรับว่าแม่ใจแข็งหน่อย จนแม่อนุญาตเราก็สานต่อตรงนั้นจนใกล้จะเสร็จแล้ว อาจไม่ได้หรูหรามากแต่เป็นสิ่งที่พ่อต้องการประมาณ 3-4 แสน เรากับพ่อไม่ได้มีปัญหากัน เรื่องข่าวหนูยังโทรไปร้องไห้กับพ่ออยู่เลยว่าเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้วนะ พ่อก็พยายามจะช่วย แต่มันเกินช่วย พ่อก็แนะนำให้เงียบ ก็อยากขอบคุณพ่อ แล้วก็ดีใจที่เรากลับมาสานความสัมพันธ์กันได้ เพราะถ้าข่าวไม่ดังเราก็ไม่ได้เปิดใจ ไม่ได้สนิทกันมากขึ้นขนาดนี้

ดราม่าเด็กๆ ในค่าย?
เจนนี่ : วันที่เป็นข่าว คนแรกที่ลาออกคือน้องเปา แล้วเป็นข่าวดัง หนูเลยเรียกทุกคนประชุมรวมกันว่าใครอยากออก ออกเลย เพราะบางทีผู้ปกครองที่ดูข่าวเขาเครียด บางครอบครัวโทรมาหาหนู สรุปออกไปทั้งหมด 5 คน เหลือ 23 คน ที่เหลือหนูเลยให้นัดเซ็นสัญญาเลย มีทนาย มีผู้ปกครองสงสัยตรงไหนถามได้เลย ข้อตกลงชัดเจนทุกอย่าง เราดูแลทุกคนเหมือนครอบครัว แชทที่หลุดออกมามีทั้งจริงและปลอม แชทในกลุ่มเราอันนั้นเราขอโทษด้วยค่ะ น้องคงเสียความรู้สึกกับคำหยาบที่เราว่าไป แต่ตอนนั้นอารมณ์โกรธหลายอย่างมันเข้ามา หลังจากเกิดเรื่องมันทำให้หนูเห็นข้อบกพร่องของหนูแทบจะทุกจุด ไม่มีอะไรหนักกว่านี้แล้ว เราบอกน้องๆ ในค่ายว่าต่อไปนี้มีอะไรคุยกับเราตรงๆ เราก็ตั้งกฎว่าจะไม่พูดคำหยาบในกลุ่ม ไม่นินทาใคร

คู่จิ้นฟลุ๊ค-ลิลลี่?
เจนนี่ : หนูก็ไม่รู้ว่าทำไม อาจเป็นเพราะว่าสองคนนี้ชอบลงสตอรี่ที่มันคล้ายๆ กัน
ลิลลี่ : ตอนนั้นเริ่มจากไปทัวร์คอนเสิร์ตแถวอีสานช่วงนั้นถ่ายติ๊กต๊อกกันบ่อย แต่เราไม่ได้คิดอะไร มีคนมาเม้นท์ว่าน่ารักถ่ายกันบ่อยๆ

มีประเด็นเอาเปรียบน้องๆ ค่าขนม?
เจนนี่ : เวลาไปออกรายการไม่มีสักรายการที่ได้เป็นกำไร เพราะเรารู้อยู่แล้วว่ากำไรของการออกทีวีคือการไปโปรโมทตัวเอง ถ้าทุกคนจะเอาค่าตัวจากตรงนี้มันไม่มีหรอกค่ะ อย่างมากที่เราได้คือค่าเดินทาง เวลามีงานเข้ามาเราคุยกับน้องๆ ให้เห็นยอดเงินกันก่อนว่าเราโอเคกันไหม

มีรายการให้ 10000 ให้น้อง 500?
เจนนี่ : ถ้าได้ 10000 ไม่ให้ 500 แน่นอน 2500-3000 แล้วแต่การเดินทางของเราจากไหนมาไหน น้องอาจจะเข้าใจผิดหรือมีการหลงๆ ลืมๆ ไปบ้าง เพราะบางรายการที่น้องพูดชื่อมาน้องยังไม่ได้ไปด้วยซ้ำบางรายการ ถามว่า 500 มีจริงไหมมีค่ะ เพราะว่าบางรายการไม่ให้เลย แล้วหนูรู้ว่าน้องนั่งแท็กซี่มา หนูก็ให้น้องเป็นเงินของหนูเอง ส่วนคอนเสิร์ตเจ้าภาพไม่ได้เอาเด็กๆ เขาเอาเจนนี่-ลิลลี่ แต่เราอยากให้น้องไปหาประสบการณ์ร้องคนละเพลงสองเพลง หนูให้ 500 บาท เพราะไม่งั้นหนูไม่เหลือค่าตัวแล้ว หนูให้เงินตัวเองไป แต่ตอนนี้มันมีปัญหากับเงิน 500 เยอะเลยให้น้อง 800 บาท

คอนเสิร์ตโดนแคนเซิล?
เจนนี่ : สิงหาคมเป็นอะไรที่แย่ที่สุดแล้ว งานรีวิว คอนเสิร์ตไปหมด ตอนนั้นท้อแล้ว แต่มีอยู่งานนึงไม่ยกเลิกคอนเสิร์ตแล้วไปเล่น กลายเป็นว่าคนมาดูเกือบสามหมื่นคน มันทำให้หนูรู้สึกว่าเราต้องสู้ บางทีในโซเชียลกับในชีวิตจริงไม่เหมือนกันเราต้องสู้ พอเห็นงานนั้นคนเยอะงานก็กลับมา

ฝากอะไรหน่อย?
เจนนี่ : ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งเข้ามา ขอบคุณพี่ๆ คุยแซ่บโชว์ให้หนูกล้าออกทีวีครั้งแรก ซึ่งหนูกลัวมาตลอด หนูได้รับบทเรียนเต็มที่มากๆ แล้ว หนูสำนึกทุกอย่าง หนูจำเป็นบทเรียน จำที่ทุกคนสอน ไม่ใช่ว่าหนูเงียบไม่ได้ทำอะไรเลย หนูขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจกันเข้ามา